ร่วมด้วยช่วยกันแชร์เป็นธรรมทาน

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565

สติ สัมปชัญญะ : บทที่ ๖ : ตัวอย่างบทฝึกนิสัย : บทฝึกนิสัยตนเองให้มีสติสัมปชัญญะผ่านห้องสุขา

 

สติสัมปชัญญะ | รากฐานการศึกษา

ตอน

ตัวอย่างบทฝึกนิสัย : บทฝึกนิสัยตนเองให้มีสติสัมปชัญญะผ่านห้องสุขา

 

 

 

 


 

 





จากแอดมิน....เราก็เดินทางมาถึงบทสรุปส่งท้ายจริงๆ แล้ว 
ซึ่งแอดก็เคยลงให้อ่านไว้ก่อน ตั้งแต่เริ่มต้นที่แนะนำหนังสือเล่มนี้ ก็กดลิงก์กลับไปอ่านที่เดิมได้เลย
นิสัยดีๆ ในชาติหนึ่งๆ คุณยายฯเคยสอนไว้ว่า กว่าจะแก้ไขาิสัยให้ดีๆ สักอย่างก็ไม่ง่าย ต้องมีกำลังใจมหาศาล สอดคล้องกับคำสอนคุณครูไม่เล็ก คุณครูไม่ใหญ่สอนไว้ว่า ต้องนำใจเก็บไว้ที่กลางกายตลอดเวลา
เมื่อใจผ่องใส ใจก็จะมีพลัง นั้นคือ มีบุญเกิด 
อำนาจบุญกุศล จะทำให้กลั่นใจ กลั่นกายให้สะอาด 
ดูแลรักษาผู้ฝึกตน ทำให้ชีวิตมีแต่ความสงบสุข 
ทำการงานสิ่งใด ก็ประสบผลสำเร็จ ด้วยการพึ่งตนเอง

สมกับคำกล่าวพุทธพจน์ที่ว่า "อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน"

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565

สติ สัมปชัญญะ : บทที่ ๖ : ตัวอย่างบทฝึกนิสัย : บทฝึกตนเองให้มีสติสัมปชัญญะผ่านการเดิน,ผ่านการทำความสะอาดโต๊ะและเก้าอี้นักเรียน

 

สติสัมปชัญญะ | รากฐานการศึกษา

ตอน

ตัวอย่างบทฝึกนิสัย : บทฝึกตนเองให้มีสติสัมปชัญญะผ่านการเดิน


ตัวอย่างบทฝึกนิสัย :

 บทฝึกนิสัยตนเองให้มีสติสัมปชัญญะผ่านการทำความสะอาดโต๊ะและเก้าอี้นักเรียน


ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ

สติ สัมปชัญญะ : บทที่ ๖ : ตัวอย่างบทฝึกนิสัย : การทำงานอย่างมีสติสัมปชัญญะ,บทฝึกนิสัยตนเองให้มีสติเก็บไว้ในกาย

 

สติสัมปชัญญะ | รากฐานการศึกษา

ตอน

ตัวอย่างบทฝึกนิสัย : การทำงานอย่างมีสติสัมปชัญญะ

(....ทักทายจากแอดมิน ทุกท่านยังจำได้หรือไม่ว่า สติ สัมปชัญญะ หมายถึง อะไร หากจำไม่ได้ ก็สามารถไปทบทวนบทที่ ๓,๔,๕ อีกครั้ง 
 
ในบททความนี้ หลวงพ่อคุณครูไม่เล็กได้บอกวิธีการฝึก โดยได้ยกตัวอย่างไว้ดังภาพด้านล่าง 
 

ซึ่งท่านจะสอนให้ฝึกที่ละขั้นตอนว่า ควรฝึกอย่างไร



ตัวอย่างบทฝึกนิสัย : บทฝึกนิสัยตนเองให้มีสติเก็บไว้ในกาย

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565

สติ สัมปชัญญะ : บทที่ ๖ : ตอน การออกแบบบทฝึกนิสัย,การใช้บทฝึกนิสัย,การประเมินบทฝึกนิสัย

 


สติสัมปชัญญะ | รากฐานการศึกษา

ตอนที่ ๔,๕,๖

บทฝึกนิสัยตนเองให้มีสติสัมปชัญญะ

: การออกแบบบทฝึกนิสัย,การใช้บทฝึกนิสัย,การประเมินบทฝึกนิสัย 

การออกแบบบทฝึกนิสัย

คุณครู หรือคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครอง หรือครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน สามารถออกแบบบทฝึกนิสัยได้หลากหลายรูปแบบตามความถนัดของผู้ออกแบบและลักษณะผู้เรียน ดังนี้
          ๑. มีหัวข้อครบตามส่วนประกอบบทฝึก ดังตัวอย่างบทฝึกนิสัยตนเองผ่านการเจริญสติเก็บใจไว้กลางกายบทฝึกนิสัยตนเองให้มีสติสัมปชัญญะผ่านการเดิน บทฝึกนิสัยตนเองให้มีสติสัมปชัญญะผ่านการทำความสะอาดโต๊ะและเก้าอี้นักเรียน
          ๒. ยึดความจริงที่ต้องรีบประพฤติปฏิบัติเป็นหลัก แล้วระบุความจริงกายภาพ-จิตภาพที่ต้องรีบรู้ เพื่อแสดงความเป็นเหตุเป็นผล ในแต่ละขั้นตอนที่ต้องประพฤติปฏิบัติ ดังตัวอย่างบทฝึกนิสัยตนเองให้มีสติสัมปชัญญะผ่านกิจวัตรประจำวันจากการใช้ห้องสุขาด้านท้าย

การใช้บทฝึกนิสัย

          บทฝึกนิสัยสามารถใช้ได้ทั้งในและนอกห้องเรียน ใช้ได้ในกิจวัตรประจำวันทั้งที่บ้าน โรงเรียน สถานที่ต่าง ๆ การนำไปใช้ พ่อแม่ผู้ปกครอง คุณครู ครูพระ ควรฝึกผู้เรียนให้ประพฤติปฏิบัติภายใต้คำแนะนำ ให้กำลังใจ พูดคุยปรึกษากันอย่างสร้างสรรค์ หากจะใช้วิธีลองผิดลองถูก ต้องให้เหตุผลว่าถูก-ผิดเพราะอะไร ควรมีครูกำกับเพื่อป้องกันศิษย์เข้าใจผิด คิดผิด พูดผิด และทำผิด ๆ

การประเมินบทฝึกนิสัย

          บทฝึกนิสัยที่ดีต้องทำให้ผู้เรียน ๑) รู้ชัดความจริงกายภาพ-จิตภาพที่ต้องรีบรู้ รีบประพฤติ ๒) ประพฤติปฏิบัติถูกต้องตรงความจริงนั้นให้เป็นนิสัย พ่อแม่ ครู ครูพระ จึงควรให้ผู้เรียน คือ ลูกหลานเรา ศิษย์ได้ประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องเป็นประจำ ภายใต้การเอาใจใส่ แนะนำ โดยมีพ่อแม่ ครู ครูพระ ประพฤติปฏิบัติเป็นนิสัยดีให้เห็นเป็นแบบอย่าง

สติ สัมปชัญญะ : บทที่ ๖ : ตอน ความหมายบทฝึกนิสัย,ส่วนประกอบบทฝึกนิสัย

 


สติสัมปชัญญะ | รากฐานการศึกษา

ตอนที่ ๒,๓

บทฝึกนิสัยตนเองให้มีสติสัมปชัญญะ

: ความหมายบทฝึกนิสัย,ส่วนประกอบบทฝึกนิสัย

 ความหมายบทฝึกนิสัย

          บทฝึกนิสัย คือ ข้อกำหนดให้ปฏิบัติกิจนั้นเป็นประจำ จะละเว้นมิได้ เพราะถูกต้องตามคำสอนของผู้รู้จริงจนผู้ปฏิบัติด้วยตนเองเกิดความเคย คุ้น ชิน ติด เป็นนิสัยประจำตน

ส่วนประกอบบทฝึกนิสัย

          บทฝึกนิสัยมีส่วนประกอบสำคัญ ดังนี้
          ๑. วัตถุประสงค์ เป็นการระบุว่าจะต้องประพฤติปฏิบัติอะไรเพื่อให้เกิดคุณธรรม นิสัย หรือรู้ชัดความจริงอะไร การเขียนวัตถุประสงค์จะเขียนที่ชื่อบทฝึกนิสัยก็ได้หรือเขียนแยกเป็นหัวข้อก็ได้
          ๒. ความจริงกายภาพที่ต้องรีบรู้ เป็นการสรุปสาระสำคัญความจริงกายภาพที่ต้องรีบรู้ เขียนในรูปของสูตรสมการ ข้อความสำคัญ เพื่อผู้เรียนสามารถจับสาระสำคัญได้ถูกต้อง จดจำได้ง่าย คิดใคร่ครวญความเป็นเหตุเป็นผล ก็จะรู้เข้าใจว่าทำไมจึงต้องเรียน และจะนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไร
          ๓. ความจริงจิตภาพที่ต้องรีบรู้ เป็นการสรุปสาระสำคัญความจริงจิตภาพที่ต้องรีบรู้ เขียนในรูปของคำ วลีประโยค ข้อความสำคัญที่จัดเรียงลำดับตามความลุ่มลึก เพื่อผู้เรียนสามารถสังเกตเห็น จดจำ คิด รู้ได้เข้าใจง่ายมีความเชื่อมโยงกับความจริงกายภาพที่ต้องรีบรู้ ความจริงที่ต้องรีบประพฤติอย่างไร จึงรู้ชัดเหตุผลว่าทำไมจึงต้องประพฤติปฏิบัติ
          ๔. ความจริงที่ต้องรีบประพฤติปฏิบัติ ประกอบด้วย ๔ ส่วนสำคัญ คือ
                 ๔.๑ มีสติเก็บใจไว้ในกาย
                 ๔.๒ มีสัมปชัญญะ สังเกต เห็น จำ คิด รู้ เกี่ยวกับตนเอง
                 ๔.๓ มีสัมปชัญญะ สังเกต เห็น จำ คิด รู้ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ๕
                 ๔.๔ ประพฤติปฏิบัติอย่างมีสติสัมปชัญญะ
          ๕. ผลการประพฤติปฏิบัติ ระบุความจริงที่เกิดขึ้นจากการประพฤติปฏิบัติเมื่อทำถูกต้องเป็นประจำแล้วว่าเป็นอย่างไร หากผู้เรียนยังทำไม่ได้ ต้องติดตามช่วยชี้แนะแก้ไขข้อบกพร่องค่อย ๆ ให้กำลังใจ และพัฒนาจนกว่าจะทำได้เองเป็นนิสัยติดตัวไป