ร่วมด้วยช่วยกันแชร์เป็นธรรมทาน

วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2566

อานิสงส์แห่งบุญ : การตักบาตรพระนานาชาติ 10,000 รูป จังหวัดสงขลา

อานิสงส์แห่งบุญ : การตักบาตรพระนานาชาติ 10,000 รูป 

ที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันที่ 20 สิงหาคม 2566



 
    ทำบุญสงเคราะห์โลก อานิสงส์น้อยกว่าทำบุญในแหล่งเนื้อนาบุญแต่เราก็ต้องทำควบคู่กันทั้งสองอย่าง
 
    แต่ถ้าถามว่า อย่างไหนได้มากกว่า?
    ก็ต้องในแหล่งเนื้อนาบุญ
    แต่ถามว่า ควรทำสิ่งใด?
    ก็ต้องทำทั้งสองอย่าง
 
    “บุญ” จะช่วยให้เรามีรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติเป็นอุปกรณ์สร้างบารมีต่อไปในภพเบื้องหน้า
 
    เรายังต้องเวียนว่ายตายเกิดกันอีก โดยเฉพาะเรามีมโนปณิธานที่จะไปสู่ที่สุดแห่งธรรม ซึ่งการที่จะไปอยู่ตรงนั้นได้ต้องมีบุญบารมีมาก
 
    บารมี ๑๐ ทัศ หรือ ๓๐ ทัศ จะได้มาก็ต้องสร้างเอง ทำแทนกันไม่ได้บุญหล่นทับไม่มี และต้องทำตอนมีกายมนุษย์ เพราะกายมนุษย์เท่านั้นที่สร้างบารมีได้เต็มที่
 
    ตอนนี้เรามาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว แต่อุปกรณ์การสร้างบารมีของเรายังไม่พร้อม ให้เราสังเกตว่า ปัจจุบันครอบครัวของเราเป็นอย่างไรสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร สมัครพรรคพวกพี่น้องเพื่อนฝูงเป็นอย่างไรเราขาดตกบกพร่องอะไร
 
    รูปสมบัติ ของเราในชาตินี้ ไม่เฉพาะแต่ความงาม แต่หมายถึงความแข็งแรงด้วย ยังพร่องกันอยู่ เราจะต้องเติมเต็มสิ่งเหล่านี้ให้สมบูรณ์
 
    ทรัพย์สมบัติ ก็เช่นเดียวกัน มีเนื้อนาบุญ มีศรัทธา แต่ขาดโภคทรัพย์สมบัติ ความตั้งใจของเราก็จะไม่สมหวัง เพราะฉะนั้นการมีโภคทรัพย์สมบัติ จึงมีความจำเป็นกับเรามาก ที่จะทำให้เราสร้างบารมีอย่างสะดวกสบาย อย่างง่ายดาย
 
    คุณสมบัติ คือ ดวงปัญญาที่จะเข้าใจชีวิตทั้งทางโลกและทางธรรมเข้าใจในศาสตร์ทุกศาสตร์
 
    ดังนั้น บุญทุกบุญจึงต้องสั่งสมให้มาก ๆ เราจะได้ถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และวิชชาธรรมกาย เป็นต้น
 ธรรมเทศนาให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ 
 
แฟ้มภาพการตักบาตรพระนานาชาติ 10,000 รูป ที่จังหวัดสงขลา วันที่ 20 สิงหาคม 2566
 





 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ 

: และรูปภาพจากบล็อกภาพดีๆ 072

วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2566

การตักบาตรพระ ๑๐,๐๐๐ รูปที่หาดใหญ่ : โลกนี้คือที่สำหรับสร้างบารมี

 ชีวิตลิขิตได้ : โลกนี้คือที่สร้างบารมี

 


โลกนี้คือที่สำหรับสร้างบารมี
การ ถวายมหาสังฆทาน ถวายไทยธรรม เป็นบุญที่ยิ่งใหญ่
เพราะพระเถรานุเถระแต่ละรูปนั้นท่านได้สั่งสม

บุญ บารมีมายาวนานนับภพนับชาติไม่ถ้วน บำเพ็ญเนกขัมมบารมี เรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ หลายรูปเป็นผู้มีทั้งคุณธรรม และคุณวิเศษในตัว เพราะฉะนั้นนะ เราได้ถวายถูกเนื้อนาบุญ ถูกทักขิไณยบุคคล บุญจึงจะนับจะประมาณมิได้

บุญบารมีทั้งหมด ตั้งแต่ปฐมชาติที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ สร้างบุญบารมีเรื่อยมา นับภพนับชาติไม่ถ้วน จนกระทั่งถึง ปัจจุบันนี้ บุญล่าสุดที่เราทำผ่านมา รวมเป็นกระแสธารแห่ง ความบริสุทธิ์ที่มีฤทธิ์ มีเดช มีอานุภาพ ขจัดทุกข์โศกโรคภัย กิเลสอาสวะ อวิชชา ความโลภ ความโกรธ ความหลง นิวรณ์ ทั้ง ๕ วิบากกรรม วิบากมาร ที่ทำให้เกิดเป็นอุปสรรคในการ ดําเนินชีวิตของเรา ให้ละลายหายสูญไปให้หมด เหลือแต่ ความบริสุทธิ์ ที่ผุดเกิดขึ้นในกลางกายฐานที่ ๗ เป็นดวงสว่าง กลมรอบตัว เหมือนดวงแก้วกายสิทธิ์ ขนาดเล็กเท่ากับดวงดาว ในอากาศ เช่นดาวพระศุกร์หรือดาวประจำเมือง เป็นต้น ขนาดกลางเท่ากับพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ที่ปราศจากหมู่เมฆ ขนาดใหญ่ก็ขนาดพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน มีความสว่างไสว แล้วก็ใสบริสุทธิ์ ประดุจเพชรลูกที่เจียระไนแล้ว ไม่มีตำหนิ ไม่มีขีดข่วนคล้ายขนแมว ทั้งใส ทั้งบริสุทธิ์ ทั้งสว่าง เป็นแสงแก้วที่เนียนตา ละมุนใจ ไม่เคืองตาเคืองใจเหมือนเรา ลืมตาดูดวงอาทิตย์

ความสว่างไสวที่ปรากฏเกิดขึ้น เป็นความบริสุทธิ์เบื้อง ต้นของเรา ซึ่งเป็นต้นทางสายกลางที่จะไปสู่อายตนนิพพาน แล้วจะเข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกภายใน คือ ถึงพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ซึ่งเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา เป็นที่พึ่งที่ ระลึกของเราอย่างแท้จริงเปลี่ยนแปลงมาอิสระ พ้นจากการบังคับบัญชาของ พญามาร เป็นแหล่งกำเนิดของความสุข ที่จีรังยั่งยืนเป็นอมตะ พระรัตนตรัยนี่แหละเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา เป็นที่พึ่ง ที่ระลึกของเรา และสรรพสัตว์ทั้งหลาย สิ่งอื่นที่จะเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกเท่านี้หรือยิ่งกว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว อยู่ในเส้นทางสายกลาง ที่มีจุดเริ่มต้นเป็นดวงใสๆ บริสุทธิ์ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ได้ชื่อ ว่าเห็นความบริสุทธิ์ของเส้นทางสายกลางภายใน ที่เรียกว่า อริยมรรค ทางของพระอริยเจ้า หรือเรียกว่า วิสุทธิมรรค หรือ วิมุตติมรรค ทางแห่งความหลุดพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาส ของพญามาร ตั้งแต่หลุดพ้นความทุกข์เรื่อยไปเลย ตามลำดับ

กิเลสขั้นหยาบจนกระทั่งถึงขั้นละเอียด จะหลุดพ้นได้ เมื่อเราเข้าไปสู่เส้นทางสายกลางภายใน ด้วยวิธีหยุดใจของ เราไว้ที่จุดกึ่งกลางของดวงธรรม เบื้องต้นของความบริสุทธิ์ ภายใน

บุญนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องสั่งสมเอาไว้ให้มากๆ ซึ่งเรา ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ถ้าบุญบารมีมาก อุปสรรคก็มีน้อย ถ้า บุญบารมีน้อย อุปสรรคของชีวิตก็มีมาก เราจะสร้างบารมีได้ สะดวกสบายก็จะต้องอาศัยเสบียง อาศัยสมบัติ มหาสมบัติยิ่งมีมากเท่าไร ก็ยิ่งอำนวยความสะดวก ในการสร้างบารมีให้ครบถ้วนบริบูรณ์ ๓๐ ทัศ เช่นทรัพย์ จะได้มานั้น จะต้องได้จากการสร้างมหาทานบารมี การสร้าง มหาทานบารมีจะมีได้ ก็ต่อเมื่อเอาชนะความตระหนี่ในใจ ความหวงแหนเสียดายทรัพย์ เอาชนะให้ได้ แล้วก็ทำถูกหลัก วิชชา ตามคําสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุญนั้นจึงจะ เกิดขึ้นกับเรา

โลกใบนี้เป็นโลกสำหรับการสร้างบารมี ซึ่งมีเวลาจำกัด มาก เพราะฉะนั้น เราจะต้องใช้ทุกอนุวินาทีให้เป็นประโยชน์ ต่อการสร้างบารมี ให้สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์มาพบ พระพุทธศาสนา พบวิชชาธรรมกาย ซึ่งเป็นวิชชาที่จะทำให้ เราพ้นจากบ่าวจากทาสของพญามาร ทำบุญในยุคที่มีพระ พุทธศาสนา วิชชาธรรมกายดังกล่าวนี้ เราจะได้บุญมากเป็น พิเศษ มากกว่าในยุคอื่นที่ไม่มีพระพุทธศาสนา ไม่มีวิชชา ธรรมกาย เรามาเกิดในยุคนี้ก็ถือว่าเป็นบุญลาภของเรา เรา จะต้องใช้โอกาสที่มีนี้สั่งสมบุญบารมีของเราให้เต็มที่ ทำให้สุด กำลังสุดชีวิตไปเลย แล้วต้องสละทั้งทรัพย์ อวัยวะ และชีวิต ทั้ง ทำด้วยตัวเอง และชวนคนอื่นมาทำด้วย อย่างนี้ถึงจะเดินตามรอยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและบัณฑิตนักปราชญ์ ในกาลก่อน ทำอย่างนี้จึงจะถูกหลักวิชชา

ชีวิตหลังจากตายแล้วในสัมปรายภพ ไม่มีมีการทำ มาค้าขาย มีแต่การเสวยผลแห่งการกระทำของเรา เพราะฉะนั้น ให้ใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์ด้วยการสร้างบารมี

มีผู้ไม่รู้อย่างนี้อีกเยอะแยะมากมายก่ายกองทีเดียว ที่ รอคอยพวกเราอยู่ ถ้าเราไม่ทำหน้าที่ตรงนี้ก็น่าเสียดาย ที่ เพื่อนมนุษย์อีกมากไปอบายโดยที่ไม่รู้ตัว ฉะนั้นเราไปทำ หน้าที่ตรงนี้ เท่ากับชี้หนทางสวรรค์ให้เขา แล้วก็ให้เขาสับ เปลี่ยนโลกียทรัพย์เป็นอริยทรัพย์ ที่สามารถนำติดตัวไปใน ภพเบื้องหน้า ให้มีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป ให้ได้สร้างบารมีขึ้นไปเรื่อยๆ เท่ากับช่วยชี้ทางสวรรค์ และความสว่างของชีวิต จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง
เรียงเรียงธรรมเทศนาไว้ ณ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ 

 

แฟ้มภาพการตักบาตรพระ ๑๐,๐๐๐ รูป ที่หาดใหญ่ วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๖




 ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ 

: ภาพจากภาพดีๆ 072 

: เนื้อหาธรรม จากหนังสืออีบุคชีวิตลิขิตได้

วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ปลูกฝังศีลธรรมและวัฒนธรรม : ชีวิตลิขิตได้ - เวลาในโลกนี้มีจำกัด

เวลาในโลกนี้มีจำกัด

 


เราจะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้อีกไม่นานเท่าไรนะลูกนะ เดี๋ยวก็วัน เดี๋ยวก็คืน เดี๋ยวก็จะหมดเวลาไปแล้ว ใช้วันเวลาและทรัพยากรที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ในการสร้าง บารมีให้เต็มที่นะ
 
สิ่งใดที่เราได้ให้ คือนำออกด้วยการบริจาค ฝากฝังไว้ ในวัตถุอันเลิศ คือ ทักขิไณยบุคคล สิ่งนั้นก็เป็นของเรา สิ่ง ใดที่เรายังไม่ได้ให้ ไม่ได้บริจาค ยังไม่ได้นำออก สิ่งนั้นก็ยัง ไม่ได้เป็นของเรา เหมือนไฟไหม้บ้าน เพิ่งไหม้บานประตูหน้าต่าง เรานำตู้ โต๊ะ เตียง ตั๋ง เสื้อผ้า ออกมาได้แค่ไหน เราก็นำไป ใช้ได้ ส่วนไหนเราไม่ได้นำออกมา ก็ถูกไฟไหม้ไป เอามาใช้ ไม่ได้
 
ชีวิตเราถูกความแก่ ความเจ็บ ความตาย ประดุจไฟที่เผาลนเราอยู่ตลอดเวลา เรือนกาย เรือนใจนี้ จึงมีแต่วันเสื่อม สลายไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นสิ่งไหนที่เราได้นำออกหรือบริจาค สิ่งเหล่านั้นจึงเป็นของเราอย่างแท้จริง ที่จะนำติดตัวไปใช้ใน สัมปรายภพ และในภพเบื้องหน้าที่จะได้ลงมาเกิดในเมืองมนุษย์อีก
 
ที่เรายังไม่ได้เอามาใช้ เราก็ได้ดูแต่ในปัจจุบันนี้ ถ้า เราตายเมื่อไรก็ตกไปเป็นของคนอื่น อย่าไปหวังให้คนอื่นเขา ทำบุญอุทิศส่วนกุศลมาให้เราเลย แม้เขาทำให้ ก็จะได้ไม่เท่า ที่เราทำเอง ทำเองนะบุญได้เต็มที่มากมายมหาศาล แต่ที่ เขาทำให้ เราจะได้แค่นิดหน่อย เราได้เศษ เขาได้ส่วน ส่วน แห่งบุญเขาเอาไป แต่เศษบุญนะ ยกให้เรา
 
เพราะฉะนั้น ต้องศึกษาให้เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของชีวิต และการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในโลกนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อชีวิต ทั้งในปัจจุบัน ในสัมปรายภพ และในอนาคตกาลไปจนสุดทาง สายกลาง ถึงที่สุดแห่งธรรม ต้องมองให้ไกลๆ นะลูกนะ
 
ความหวงแหนทรัพย์กับการไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ราวของชีวิต และการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ มันทำให้เรามองสั้นเหมือนคนสายตาสั้นที่ไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์ หรือไม่ได้ใส่แว่น ก็จะเห็นอะไรที่มันสั้นๆ มองไปไม่ค่อยได้ไกลเท่าไร
 

เพราะฉะนั้น ถ้าเราได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราว ของชีวิต ซึ่งมันสลับซับซ้อนมาก เราก็จะได้รู้จักใช้ทรัพยากร ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างบารมี เช่นเดียวกับพระบรม โพธิสัตว์ทั้งหลาย ทั้งอนิยตและนิยตโพธิสัตว์ในกาลก่อน 

เรียงเรียงเทศนาธรรมไว้ ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔  

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ 

  • รูปภาพจากภาพดีๆ 072 
  • ข้อมูลจากหนังสืออีบุค คู่มือการปลูกฝังศีลธรรมบ้านกัลยาณมิตร ชุด ชีวิตลิขิตได้ จากเว็บ https://www.dhamma01.com/book/126

วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565

แฟ้มภาพข่าว : การร่วมมือความส่งเสริมการศึกษาทางด้านพุทธศาสตร์ ของ DIRI และ มหาวิทยาลัยโอทาโก้

 


15 ปี ความสัมพันธ์ระหว่าง สถาบันวิจัยนานาชาติธรรมชัย (DIRI) และมหาวิทยาลัยโอทาโก้ (University of Otago, New Zealand)


สถาบันวิจัยนานาชาติธรรมชัย ประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์(DIRI) อันเป็นสถาบันวิจัยด้านคำสอนดั้งเดิมของพุทธศาสนา ได้ร่วมลงนามข้อตกลงทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยโอทาโกประเทศนิวซีแลนด์(University of Otago)


เนื่องในวันคล้ายวันเกิด หลวงพ่อทัตตชีโว วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2565 พระมหาสุธรรม สุรตโน ป.ธ.9, ดร. ประธานอำนวยการสถาบันวิจัยนานาชาติธรรมชัย (DIRI) ประเทศนิวซีแลนด์ ได้ร่วมลงนามข้อตกลงทางวิชาการ (MoU) กับ ศาสตราจารย์เดวิด เมอร์ดอค รองอธิการบดี (Professor David Murdoch, Vice-Chancellor) มหาวิทยาลัยโอทาโก้ เมืองดันนีดิน ประเทศนิวซีแลนด์ พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ศาสตราจารย์วิลล์ สวีทแมน คณบดี คณะสังคมศาสตร์ (Professor Will Sweetman, Head of School of Social Sciences) มหาวิทยาลัยโอทาโก้ คณาจารย์ในภาควิชา คณะสงฆ์ และนักศึกษา


ทั้งนี้การลงนามความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมการศึกษาทางด้านพุทธศาสตร์ ในระดับวิชาการ (High-quality) และสานต่อความร่วมมือในทุกๆ ด้าน ที่เคยได้ร่วมทำงานด้วยกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 ซี่งครั้งนี้เป็นการลงนามในครั้งที่ 3 จึงนับได้ว่าเป็นวาระโอกาสสำคัญในการครบรอบ 15 ปี ของความสัมพันธ์ระหว่าง สถาบันวิจัยนานาชาติธรรมชัย (DIRI) และมหาวิทยาลัยโอทาโก้ ประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อส่งเสริมทางศึกษา สนับสนุนงานวิจัยและสร้างบุคลากรเพื่อให้งานพุทธศาสนาในระดับนานาชาติได้ดำเนินต่อไปอันก่อประโยชน์ต่อพุทธศาสนา และสังคมโดยรวม 






 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ

จากทีมงามสถาบันวิจัยนานาชาติ DIRI

เข้าชมลิงก์วิดีโอ กดที่ปุ่มเล่มด้านล่างคลิปนี้👇

 


 

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ความโชคดีของชาวพุทธ : กฐินสามัคคี 5,000 วัด


การทอดกฐินสามัคคี 5,000 วัด  

บุญคือ ที่พึ่ง เราต้องนึกถึงบุญบ่อยๆ 

ในขณะที่การทอดกฐินจะจำกัดด้วยกาลเวลา แค่ 1 เดือนหลังจากวันออกพรรษา ดังนั้น เหลือเวลาไม่มากแล้ว สำหรับกิจกรรมการทำบุญทอดกฐินสามัคคีทั่วไทย 5,000 วัด 

ชาวพุทธนับว่าโชคดีที่มีประเพณีทอดกฐินทุกปี ปีละ1ครั้ง เป็นบุญใหญ่ มหากาลทานที่ทำความปลื้มปีติต่อทุกคน

ยิ่งนึกถึงบุญ บุญก็เพิ่มทับทวี บุญเก่า บุญใหม่ ก็จะเชื่อมโยงถึงกันทำให้เกิดเป็นบุญในอนาคต ใจเราก็ผ่องใสตลอดเวลา หากยิ่งทบทวนบุญที่ทำไปแล้วบ่อยๆ ดวงบุญก็ยิ่งโตใสสว่าง เป็นดวงใสๆ ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความสุข และความสำเร็จในชีวิต ใจเราก็จะเบิกบานแช่มชื่น เอาชนะความหลง ความโลภ ความโกรธได้ง่าย หรือ เอาชนะกิเลส 3 ตระกูล ได้ง่ายๆ เพราะ “บุญ” นี้คือ พลังบุญพิเศษที่จะนำความสำเร็จมาสู่ทุกชีวิต อาจจะกล่าวได้ว่า เป็นความโชคดีของชาวพุทธ ที่ได้เกิดมารู้จักพระพุทธศาสนา รู้จักอะไรคือบุญ อะไรคือบาป

ในขณะที่อีกซีกโลกหนึ่ง มีแต่คิดจะรบราฆ่าฟัน ต้องการเอาชนะ ต้องการทำร้ายล้างอีกฝั่งให้ย่อยยับ และหลีกหนีความตายกันจาละหวั่น ในแต่ละวันอยู่ด้วยความหวาดกลัว ไม่มีความปลอดภัยในชีวิต เพราะใจเขานึกถึงแต่สิ่งเศร้าหมอง ที่ทำใจให้ไม่เป็นสุข เมื่อใจไม่เป็นสุข ใจจึงไม่มีพลัง ขาดประสิทธิภาพในการทำความดี นึกถึงความดีไม่ออก ไม่มีความสุขในชีวิต เวลาที่ใช้ไปจึงเปล่าประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง

หลวงพ่อธัมมชโย สอนไว้ว่า.. บุญเป็นพลังงานพิเศษ ที่จะทำให้เรามีความสุขและความสำเร็จในชีวิต ทั้งในมนุษยโลก และเทวโลก รวมทั้งในสังสารวัฏนี้

 (ให้โอวาทไว้ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม .. 2547)

ดังนั้น จงอย่าหายใจทิ้งเปล่าๆ 

หายใจออก ก็นึกถึงบุญ หายใจเข้าก็ควรนึกถึงบุญ ทำจน คุ้น เคย ชิน เป็นนิสัย บุญก็จะเพิ่มทับทวีทุกวันๆ ยิ่งบุญช่วงนี้ คือบุญ การทอดกฐินสามัคคี 5,000 วัด ขอให้นึกทุกวัน และใครสะดวกไปทอดกฐินวัดไหน ก็ไปวัดนั้นๆ ที่ผ่านมา ได้มีคณะศิษยานุศิษย์ บูชาธรรมหลวงพ่อธัมมชโย ในวาระครบ 78 ปี ได้ร่วมกันทอดกฐินสามัคคีทุกวัน ได้แก่ 

วันที่ 13 ตุลาคม 2565 ณ วัดไผ่โรงวัว ตำบล บางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี (คลิกชมภาพเพิ่มเพื่อทบทวนบุญในลิงก์ภาพนั้นๆ)👇

ณ วัดหันตรา ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (คลิกชมภาพเพิ่ม 👇 ในลิงก์ภาพถ่าย)


ณ วัดห้วยตองสัก อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 👇


ณ วัดยองกือรัตนาราม ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ 👇(คลิกชมภาพเพิ่มเพื่อทบทวนบุญ)

ส่วนวันที่ 14 ตุลาคม 2565 มีตัวอย่างวัดที่ไปทอดกฐิน ได้แก่ วัดโนนสมบูรณ์ ตำบลโนนสมบูรณ์ จังหวัดปราจีนบุรี 👇(คลิกลิงก์ที่ภาพ เพื่อชมภาพเพิ่ม)


ดังนั้น ขอเชิญเหล่ากัลยาณมิตรทั่วประเทศร่วมทอดกฐินสามัคคีทั่วไทยให้เป็นเกียรติประวัติในการเกิดมาบนพื้นแผ่นดินไทย ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่มาก ปีนี้เทศกาลทอดกฐินจะมีจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 

กราบอนุโมทนาบุญกับคณะเจ้าภาพผู้มีจิตตั้งมั่นในการทำบุญทอดกฐินสามัคคี 5,000 วัด

อย่าลืม!!!เมื่อทำบุญแล้ว ขอให้ถึงถึงบุญบ่อยๆ นึกทุกวัน

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ


วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ทอดกฐินทั่วไทย 5,000 วัด : สะสมบุญที่วัดเกตุคีรี

วัดเกตุคีรี ตำบทกลางแดด  จังหวัดนครสวรรค์

วันที่ 13 ตุลาคม 2565



วันนี้เป็นอีกวันที่คณะญาติโยม และเหล่าศิษยานุศิษย์ไปทอดกฐินสามัคคีที่วัดเกตุคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อบูชาธรรมหลวงพ่อธัมมชโย ในอายุมงคลครบ 78 ปี 



ความสุขที่แท้จริงของมนุษย์…

คนเราต้องมีกำลังใจในการสร้างความดี และทำความสุขให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ วันเวลาที่ผ่านไป ขอให้ทุกวินาทีเป็นไปเพื่อการสร้างบุญบารมี แบ่งความรัก ความปรารถนาดี ให้รอยยิ้มกับเพื่อนมนุษย์ ให้กำลังกาย ให้กำลังใจ กระทั่งให้ทุกสิ่งที่มีอยู่ เพื่อมวลมนุษยชาติจะได้มีความผาสุกที่เที่ยงแท้ถาวร


หลวงพ่อธัมมชโย สอนไว้ว่า…,

ต้องสั่งสมบุญบารมีกันให้เต็มที่

 ใครจะว่า เราเชยก็ช่าง

 ใครจะว่า เรางมงายก็ช่างเขาอีก

 เอาไว้เมื่อไร บุญส่งผล

 นั่นแหละจึงจะรู้ว่า

 ใครกันแน่เชย

 ใครกันแน่ช้าไปแล้ว

 ๒๗ พฤศจิกายน .๒๕๔๗


กราบอนุโมทนาบุญกับคณะญาติมิตรที่ไปร่วมทำกิจกรรมบุญทอดกฐิน มา ณ โอกาสนี้ 


แฟ้มภาพ : บรรยากาศการทอดกฐินที่วัดเกตุคีรี 










ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2565

กฐินทั่วไทย 5,000 วัด : แฟ้มภาพบรรยากาศการทอดกฐินวัดหนองโพธิ์ นครปฐม

วัดหนองโพธิ์ จังหวัดนครปฐม 

: วันที่ 11 ตุลาคม 2565

โครงการกฐินทั่วไทย 5,000 วัด ปี 2565 มีกำเนิดเกิดขึ้น เมื่อออกพรรษาแล้ว ซึ่งปีนี้ ออกพรรษาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2565 ชาวพุทธก็เริ่มทอดกฐินทั่วไทย ซึ่งเป็นประเพณีในการสืบทอดและรักษาวัฒนธรรมชาวพุทธ อีกทั้งการทำให้วัดได้เป็นสถานที่ศึกษาของลูกหลานในท้องถิ่นนั้นๆ ชาวพุทธส่วนหนึ่งจึงได้รวมตัวกัน เพื่อนำกฐินไปทอด เพื่อบูชาธรรมคล้ายวันครบรอบ 78 ปีของหลวงพ่อธัมมชโย ซึ่งเป็นที่เคารพรักและศรัทธาของลูกศิษย์ทั้งหลาย

คุณครูไม่ใหญ่สอนไว้ว่า

บ้านใครอยู่ใกล้วัดไหน
 ให้ไปทำนุบำรุงวัดนั้น
 ให้ฉลาดในการหาบุญ
 ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

ดังนั้นคณะศิษยานุศิษย์จึงได้รวมตัวไปทอดกฐินในพื้นที่ของบ้านตนเอง เช่น วัดหนองโพธิ์ จังหวัดนครปฐม

แฟ้มภาพ : เริ่มต้นในการอนุโมทนาบุญกับคณะศิษย์ ได้จัดไปทอดกฐินที่ วัดหนองโพธิ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

เจ้าอาวาสวัดหนองโพธิ์ : พระอธิการบุ่นเลี้ยง ธมฺมกุสโล รับไทยธรรมจากคณะศิษย์ฯ

 ประวัติวัดหนองโพธิ์ 

วัดหนองโพธิ์ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลห้วยหมอนทอง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ปัจจุบันมีพระอธิการบุ่นเลี้ยง ธมฺมกุสโล ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

ที่ตั้งของวัดหนองโพธิ์ แต่เดิมเป็นที่ป่าทึบ ป่าใหญ่ มีหนองน้ำขนาดใหญ่ เล่ากันว่า เป็นเส้นทางสำหรับผู้ที่เดินทางจากนครปฐมไปยังพระแท่นดงรัง ใช้เป็นเส้นทางลัดทางหนึ่ง เมื่อเดินทางผ่านออกจากป่าแล้ว จะพบหนองน้ำขนาดใหญ่ จึงเรียกกันว่า หนองโผล่ ปัจจุบันเรียกเปลี่ยนมาเป็น หนองโพธิ์ เนื่องจากมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ริมหนอง

จากคำบอกเล่าของผู้สูงวัย เล่าว่า มีคน โพ้นทะเลมีภรรยาเป็นคนไทย มาตั้งบ้านเลื่อยไม้ อยู่ริมหนองใหญ่อยู่ประมาณ 10 ปี ราว พ.ศ. 2455 ต่อมาเกิดน้ำป่าไหลหลาก จึงได้อพยพหนีน้ำมาตั้งบ้านเรือนอยู่ในปัจจุบัน และได้มีผู้คนจากที่ต่าง ๆ ได้อพยพมาอยู่ จากนั้นมีการสร้างที่พักสงฆ์ และอาราธนาหลวงพ่อต่วม พุทฺธรกฺขิโต (ฤทธิศักดิ์สงคราม ณ เวียงจันทน์) ซึ่งท่านได้อพยพมาจากนครเวียงจันทน์ หลวงพ่อต่วม ท่านได้พักอยู่ชั่วระยะหนึ่ง จากนั้นได้ย้ายไปสร้างวัดโคกหม้อ จังหวัดราชบุรี

วัดหนองโพธิ์ได้รับอนุญาตตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2473 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2500

ปัจจุบันได้มีพระภิกษุกดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดมาแล้วตั้งแต่ยุคที่ก่อตั้งเป็นวัดขึ้นจนกระทั่งถึงบัดนี้ มีทั้งหมด 6 รูป






 
แฟ้มภาพข่าวงานบุญ : น่าปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง เป็นภาพพลังศรัทธาของชาวพุทธที่ได้รวมตัวกันทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อ บ้าน วัด โรงเรียน และชุมชน เป็นการบำรุงพระพุทธศาสนา  นับว่าทำหน้าที่ของชาวพุทธที่แท้จริง คณะสงฆ์ก็จะได้บำเพ็ญตบะฝึกตนตามหลักพระธรรมวินัยได้สะดวกเต็มกำลังศรัทธา ตามความตั้งใจและตรงเป้าหมายในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง
 

ดังคำกล่าวที่ว่า.....

วัดเป็นแหล่งแห่งความรู้
 อันบริสุทธิ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
 ที่จะทำให้เราดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง
 ไม่ผิดพลาด มีสุคติเป็นที่ไป
 มีเป้าหมาย คือพระนิพพาน
 

ขอกราบอนุโมทนาบุญ มา ณ โอกาสนี้

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2565

วิธีทำใจให้มีความสุขแบบง่ายๆทุกวัน : บุญเป็นธาตุสำเร็จ


 

พระมงคลเทพมุนี(สด จนฺทสโร)

พระผู้ปราบมาร 

ในวันครบรอบการเกิดรูปกายเนื้อ 138 ปี

10 ตุลาคม 2565 วันคล้ายวันครบวันเกิดของหลวงพ่อวัดปากน้ำ พระผู้ปราบบมาร ปีนี้ คือ 138 ปี แม้ปีนี้ตรงกับวันจันทร์ วันทำงาน แต่สาธุชนส่วนใหญ่ก็ยังมาปฏิบัติธรรมร่วมพิธี บูชาหลวงปู่ฯ 

หลวงพ่อธัมมชโยเล่าให้ว่า......

หากไม่มีวันเกิดรูปกายเนื้อของหลวงปู่ฯ ก็จะไม่มีวันอื่นๆ ที่สำคัญของหลวงปู่ฯให้เราได้สร้างบารมี

....รูปกายเนื้อของหลวงปู่เกิดขึ้นได้ยากมาก 

และโดยปกติชาวสวรรค์เมื่อเกิดขึ้นบนโลกมนุษย์ ก็ต้องหมดบุญและลงมาเกิด

ยกเว้นพระบรมโพธิสัตว์ ที่จะลงมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เทวดาหมื่นโลกธาตุต้องไปอัญเชิญให้ลงมาบังเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ท่านยังสามารถอยู่ที่ตรงนั้นได้อีกยางนาน

เมื่อจะต้องมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ต้องมีผู้ไปอัญเชิญ จึงจะลงมาบังเกิด

ส่วนหลวงปู่ฯวัดปากน้ำ (พระผู้ปราบบมาร)...หลวงพ่อธัมมชโยเล่าเมื่อวันที่ 9 เดือนตุลาคม 2553 ไว้ว่า...

การมาเกิดหลวงปู่ฯ ทำให้พญามารสะดุ้งพรึบ...และขบวนมากันเยอะมาก 

เพื่อขวางทาง ไม่ให้ท่านมาเกิด  แต่หลวงปู่ฯ ท่านก็มาเกิดขึ้น 

ตามความเป็นจริง หลวงปู่ฯ ท่านจะต้องมาเกิดอยู่ในตระกูลสูง และมีทุกอย่างพร้อมไปหมด

ไม่ต้องมีชีวิตลำบาก และเมื่อมาเป็นทีม ทั้งทีมก็จะต้องเกิดที่สะดวกสบาย

พอมาเกิดครั้งนี้ ก็มาเพื่อทำภารกิจปราบมาร

เพราะคำว่า "ภารกิจปราบมาร" นี้ล่ะ

มาร ไม่ใช่ หมู มารก็ไม่ยอม จึงใช้อานุภาพของเขาที่ไม่ธรรมดา 

ทำให้ทีมงานหลวงปู่ฯกระจัดกระจาย 

ตูม..ไปคนละทิศคนละทาง ด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งภายนอกและภายใน

ภายใน คือ ในกลางกาย เรื่อยไปถึงภายนอก กระทั่งกระจัดกระจายกันไป ไม่ได้รวมกันเป็นกลุ่ม เป็นก้อน ต้องแยกกันไปเกิด

เพราะฉะนั้น ตรงไหน ไปเกิดได้เร็ว ก็รีบไปเกิด

บางพวกเกิดก่อน ก็แก่ก่อน มาที่หลัง ก็ไม่ทันทีม

เอาใครเป็นศูนย์กลาง ก็ต้องเอาหลวงปู่ฯ 

เมื่อมาไม่ทันกัน กำลังจึงไม่พร้อมเพรียง 

ที่ไหนพญามารกันไม่อยู่(หมายถึงการมาเกิดของหมู่คณะของหลวงปู่ฯและทีม พญามารไม่สามารถขัดขวาง) ก็มาพร้อมเพรียงกันได้

เพราะฉะนั้น...ในวันพรุ่งนี้(หมายถึงวันที่ 10 ตลาคม ของทุกปี) จึงไม่ใช่วันธรรมดา

การสู้รบกัน จึงต้องใช้อานุภาพแห่งบุญ 

บุญศักดิ์ และ บาปศักดิ์สิทธิ ก็สู้กัน แต่ก็ยังมีวันพรุ่งนี้(คือวันเกิดของหลวงปู่ฯ)

หลวงปู่ฯ จึงมาบังเกิดเป็นรูปกายเนื้อ....


วิธีการทำให้ใจรับบุญได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

การได้บุญเต็มเปี่ยม นั้น ทุกคนต้องเตรียมกาย วาจา ใจ ให้ผ่องใส และตรึกระลึกถึงท่าน แค่นึกถึงท่าน ก็เป็นมคลอย่างยิ่ง เพราะท่านเป็นบุคคลที่ควรบูชา ยิ่งปฏิบัติตามคำสอนท่านยิ่งเป็นมงคล ตลอดวัน ทั้งก่อนนอน และตื่น สังเกตว่า ใจเราตรึกระลึกถึงท่านหรือไม่ ทุกอริยบท ทั้งยืน นอน นั่ง ทำภารกิจใดๆ นึกถึงท่านหรือเปล่า แม้ขณะเข้าห้องน้ำ รับประทานอาหาร เราก็ชำเลือง ๆ ดูไว้ และ กลั่นใจของเราให้ใสๆ ตลอดเวลา แม้มีคนมาร่วมงานเยอะ ก็ให้รักษาใจให้ใส ๆ อย่างขุ่นมัวแม้นิดเดียว ถ้าขุ่มมัว ก็ทำให้เราถูกกิเลสเข้าครอบงำใจ ทำให้ถูกตัดบุญ ตัดบารมี ตัดสมบัติที่จะเข้ามา

แม้หลังงานเสร็จไปแล้ว เราก็ตรึกระลึกถึงบุญตลอด 7 วัน  ดังคำว่าของหลวงพ่อธัมมชโย ที่ว่า....

บุญจะไหลต่อเนื่องในเมืองมนุษย์ถึง  7 วัน 7 ราตรี ทีเดียว

ถ้า 7 วันนี้....ใครจิตใจผ่องใส ไม่เศร้าหมอง ไม่ขุ่นมัว ไม่หงุดหงิด งุ่นง่าน  ไม่ฟุ้งซ่านรำคาญใจ ไม่ขัดเคืองใจ  ไม่น้อยใจ

บุญจะเกิดขึ้นมาอัศจรรย์ทีเดียว มันสว่าง เป็นท่อธารแห่งบุญ ที่วัดกันเป็นวาพระนิพพานทีเดียว ซึ่งจะส่งผลให้มีชีวิตที่ประณีตยิ่งขึ้นไป ในขณะที่ เราได้"สร้างบารมี" ด้วยกายมนุษย์ที่จะเดินทางไปสู่ที่สุดแห่งธรรม

นึกถึงบุญบ่อย ๆ...

ทำบุญบ่อยๆ นึกถึงบุญบ่อยๆ
 บุญเป็นธาตุสำเร็จ
 เหมือนของกายสิทธิ์
 ที่ยิ่งนึกยิ่งโต ยิ่งนึกยิ่งขยาย
 ยิ่งนึกยิ่งเพิ่มขึ้น
 เช่นเดียวกับบาป ยิ่งนึกยิ่งโต
 ยิ่งนึกยิ่งเพิ่มขึ้น
 ยิ่งนึกยิ่งขยาย
 ยิ่งนึกใจก็ยิ่งหมอง
 แต่บุญยิ่งนึก ใจยิ่งใส

เพราะฉะนั้น บุญจึงเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์ เป็นธาตุสำเร็จ ทำให้ใจเราผ่องใส  แค่ทำใจง่ายๆตรึกระลึกถึงบุญบ่อยๆ นึกถึงหลวงปู่ฯทุกวัน ชีวิตเราก็เป็นสุขทุกวัน แบบง่ายๆ



ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565

เคล็ด(ไม่)ลับในการสร้างความสุข : ตอน "กฐินสัมฤทธิ์"

 

ประเพณีการทอดกฐิน คือการทำบุญถวายผ้าทอดกฐินเป็นทานแก่พระภิกษุสงฆ์ ปีหนึ่งมีครั้งเดียว วัดแต่ละวัดจะต้องมีพระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษาครบ 5 รูปจึงสามารถรับกฐินได้ ซึ่งมีระยะเวลา 1 เดือนในการรับกฐินของแต่ละวัด 

โดยต้องถวาย "เป็นสังฆทาน" ไม่เจาะจงภิกษุสงฆ์รูปใดรูปหนึ่ง ต้องมีพระสงฆ์ผู้จำพรรษา
อยู่ในวัดใดวันหนึ่ง ครบ 3 เดือน และ ไม่ต่ำกว่า 5 รูป ในการทำพิธี
โดยกำหนดระยะเวลาตาม "พระวินัย" ตั้งแต่ แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึง วันขึ้น 15 ค่ำา เดือน 12
อีกทั้งยังต้อง กรานกฐิน ให้เสร็จภายในวันนั้นอีกด้วย

โดยในปัจจุบันมีจำนวน วัด ในประเทศไทยมากถึง 40,000กว่าวัดทั่วประเทศ
แต่จากข้อมูลสถิติ เผยให้เห็นว่ามีจำนวนวัดที่ถูก ทิ้งร้างมากขึ้นเช่นกัน

จากผลสำรวจในปีพุทธศักราช 2514 พบว่า วัดมีการถูกทิ้งร้างมากถึง 3,000 กว่าวัด
และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

จนในปัจจุบันนี้ ผ่านมากว่า 50 ปี มีจำนวนวัดร้างเพิ่มขึ้น ถึง 6000 กว่าวัด
ด้วยปัญหานี้ถือว่ามีแนวโน้วที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงทางพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง
จนทำให้มี "กฐินตกค้าง" มากขึ้นทุกปี
จึงมีแนวคิดในการริเริ่มโครงการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ นั่นคือ โครงการ
"กฐินสัมฤทธิ์เด็กดีวีสตาร์"



 โครงการที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญา กฐินตกค้าง
ให้มีการจัด ทอดกฐิน ไปสู่ทุกวัดทั่วไทย เป็นโครงการที่ดำริขึ้น โดย  "หลวงพ่อธัมมชโย"
ซึ่งคำว่า "กฐินสัมฤทธิ์" หมายถึง กฐินที่นำความสำเร็จมาสู่ผู้ให้และผู้รับ
โดยมีเหล่า "เด็กดี V-Star" เป็นกำลังหลักสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการนี้
โดยโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างเยาวชน ให้เป็นต้นแเบบ
ในการทำความดี ได้แสดงออกถึงพลังที่มีด้วยการลงมือปฏิบัติจริง
อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและฟื้นฟูศีลธรรม ให้เกิดขึ้นแก่สังคม
ผ่านเครือข่าย บ้าน วัด โรงเรียนให้เข้มแข็งขึ้น
นับเป็นโครงการที่จะผลักดัน การทอดกฐินให้เฟื่องฟูไปสู่ทุกวัด
และไม่มีกฐินตกค้างบนพื้นแผ่นดินไทย ได้อย่างยั่งยืน

วัดร้าง หมายถึง วัดที่ไม่มีพระจำพรรษา หรือ มีพระจำพรรษาน้อย ปัจจุบันพบวัดบ้างวัดมีแค่เจ้าอาวาสเพียงรูปเดียว และสามเณรน้อยอยู่ประจำวัดเพียงสองหรือสามรูป ซึ่งการดูแลรักษา การฝึกฝนอบรม การรักษาประเพณีต่าง ๆ การศึกษาธรรมของชาวพุทธก็ไม่มีความพร้อมในการถ่ายทอดออกมาให้ชาวพุทธได้รับความรู้และนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

ความสุขของมนุษย์จริงๆแล้วคือ อะไร 

เมื่อทำความดีใจก็เกิดปีติเป็นสุข  กายก็เป็นสุข เมื่อใจเป็นสุข ชีวิตก็ยิ่งมีความสุขยิ่งขึ้น สุขภาพชีวิตก็ดีตาม

หลวงพ่อธัมมชโย ได้กล่าวไว้ว่า...

ถ้ามี “วัดร้าง” เกิดขึ้น
ในยุคที่เรามาเกิดสร้างบารมี
มันอายฟ้าอายดิน
วัดร้างต้องเป็นวัดรุ่งด้วยมือของเรา
เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้ไม่นาน
ไม่ควรปล่อยเวลา
ให้ผ่านไปฟรีๆ แก่ไปฟรีๆ
ให้ทุกวินาทีผ่านไป
พร้อมกับบุญบารมีที่เพิ่มขึ้น
เวลาเป็นบุญบารมี
เราต้องใช้ทุกอนุวินาที
สร้างบุญบารมีให้เต็มกำลัง 

(จากชุดหนังสือ การสร้างบารมี คำไม่เล็กของคุณครูไม่ใหญ่ )

 

 

“ในเมื่อเด็กตัวเล็กๆ ยังสามารถเป็นประธานกฐินได้ แล้วทำไมเราถึงจะเป็นประธานกฐินไม่ได้”

ดังนั้นขอเชิญชวนผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน 

ร่วมกันเป็นเจ้าภาพรวมทอดกฐินสัมฤทธิ์วัดทั่วประเทศ สร้างความสุขให้กับตนเอง ครอบครัว สังคม  

โครงการกฐินสัมฤทธิ์ได้จัดกิจกรรมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และยังดำเนินการจัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญในการทำหน้าที่ปกป้องทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและเป็นต้นบุญต้นแบบในการทำความดีของเหล่าเด็กดี V-Star กฐินสัมฤทธิ์จึงนับเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่ชาวโลกจะได้มีโอกาสเห็นภาพเด็กดี V-Star ทำหน้าที่เป็นประธานกฐินสัมฤทธิ์และช่วยเหลือการจัดงานในส่วนต่างๆ ซึ่งเป็นภาพที่นำความปลื้มปิติมาให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็น มาเป็นกำลังใจให้เยาวชนคนดีที่โลกต้องการกันเถอะ

ปัจจุบันสถานการณ์ช่วงโควิด19 ระบาด ก็ได้ปรับวิธีการทอดกฐินสัมฤทธิ์ ผ่าน Zoom หรือ แม้ว่าจะได้รับการผ่อนปรน จนเข้าสู่สถานการณ์ปกติ สาธุชนก็ได้เข้าร่วมพิธีในพื้นที่จริง ซึ่งเมื่อมาทำกิจกรรมในวัด ทางวัดก็ได้แจ้งเตือน ไม่ให้ประมาท

ซึ่งก็ได้แจ้งขอความร่วมมือให้ใส่หน้ากากอนามัยกันไว้ก่อน ตอนอยู่ที่บ้านจะถอดหน้ากากอนามัยก็แล้วแต่ แต่มาร่วมกิจกรรมงานบุญที่วัด ขอให้ใส่หน้ากากอนามัยกันไว้ก่อน เพราะเราอยู่กันเยอะ ไม่ใช่เราไม่คุ้นเคย เราก็ใส่กันมานานแล้ว ใส่แค่วันเดียวที่มาร่วมงานบุญที่วัด ใส่ไม่กี่นาที แต่ชีวีจะยืนยาว...

ทานบารมี
เป็นบ่อเกิด
แห่งโภคทรัพย์สมบัติ

ตอนนี้มีชีวิตอยู่
มีทรัพย์อยู่
มีเนื้อนาบุญอยู่
ก็ให้รีบมีศรัทธาสร้างบุญให้กับตนเอง

บุญก็จะหนุนนำให้ชีวิตมีความสุข ตลอดเวลาและตลอดไป


  ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565

เหล่ากอสมณะ : ชีวิตออกแบบได้ "บวชตั้งแต่อายุยังน้อย"

ในทุกวันอาทิตย์ ช่อง GBNUS LIVE  จะมีรายการ  "ผู้ออกแบบชีวิต On Zoom" ช่วงนี้จะเป็นรายการสัมภาษณ์ชีวิตอดีตที่เคยเป็นสามเณร และได้บวชเรียน บำเพ็ญตบะ ฝึกฝนตนเอง ศึกษาเล่าเรียนบาลีตั้งแต่อายุยังน้อย ชีวิตพระภิกษุสงฆ์แต่ละรูป ท่านมีความเพียร และอดทนในการฝึกตนเพื่อเป็นพระแท้  อย่างไร เรามาฟังโอวาทหลวงพ่อทัตตชีโว ที่ท่านเคยให้โอวาทแก่สามเณรน้อยไว้ว่า.....


บวชเพื่อสั่งสมผังความหนาแน่นในเพศสมณะ

การที่ลูกได้บวซตั้งแต่อายุยังน้อย ถือเป็นความโชคดีเหลือหลาย
เพราะทำให้ได้รู้จักการรักษาศีล การนั่งสมาธิ และไต้ศึกษาคำสอนของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตั้งแต่เยาว์วัย ไม่มีที่ใดในโลกจะปลอดภัยเท่ากับการได้
อยู่ในเพศของสมณะหรอกลูก

ศีลในตัวมาเตือนให้บวช

การที่คนเราจะได้เกิดมาเป็นคนนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ถ้าหากไม่ได้
มีบุญจากการรักษาศีลข้ามภพข้ามชาติมาตี่ ก็ไม่มีโอกาสไต้มาเกิดเป็นคน
เพราะหากชาติใดพลาดพลั้งไปทำผิดศีล วิบากกรรมก็จะส่งผลให้ต้องไป
เกิดเป็นสัตว์ไต้

ส่วนผู้ที่รักษาศีลข้ามภพข้ามชาติมาดีส่งผลให้ได้เกิดมาเป็นคน และ
อำนาจศีลในตัวก็จะมาเตือนให้อยากเข้าวัตปฏิบัติธรรมตั้งแต่อายุยังน้อย
มาเตือนให้อยากบวช อยากเข้ามาอยู่ในร่มเงาพระพุทธศาสนา เหมือนลูก ๆ
ทุกรูป

แม้ศีลในตัวจะเตือนให้ได้มาบวชแล้ว แต่ลูกก็คงเห็นแล้วว่า เพื่อน
ของเราบางรูปก็ลาสิกขาออกไป ฟ้องว่าภพชาติที่แล้วเขามีบุญบวชช่วงสั้น
แต่เพราะความคุ้นกับศีลในระดับเป็นนักบวชของเขายังหนาแน่นไม่พอ จึง
ไม่อาจจะครองตัวอยู่ในเพศสมณะได้ แต่ลูก ๆ มีบุญบวชช่วงยาว และบุญ
จากการรักษาศีลข้ามภพข้ามชาติมีความหนาแน่นมากพอ จึงสามารถบวช
ไต้จนถึงวันนี้

คำว่า "ความหนาแน่น" ในที่นี้คือ การที่เคยบวชช่วงยาวมาข้ามภพ
ข้ามชาติ และเมื่อบวชแล้วก็ตั้งใจรักษาศีลอย่างตี รวมทั้งศึกษาธรรมะด้วย
เมื่อเกิดใหม่ในแต่ละซาติ อำนาจความหนาแน่นของบุญจากการรักษาศีล
ความหนาแน่นของเนกขัมมบารมี จึงเตือนให้อยากบวชเหมือนอย่างที่เคย
ทำมาทุกชาติ

วิธีที่จะทำให้เห็นภาพตามที่หลวงพ่อพูดไต้ชัดเจนมีอยู่วิธีเดียว คือ
ต้องตั้งใจนั่งสมาธิให้ข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ และต้องประคองใจให้เห็น
พระธรรมกายชัด ใส สว่าง มั่นคง อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา จากนั้น
ก็ไประลึกชาติดู แล้วลูกจะหมดความสงสัย เพราะเห็นอย่างที่หลวงพ่อบอก
ด้วยตัวเอง


สร้างผังบวชให้หนาแน่นด้วยการแก้ไขนิสัยตัวเอง


ในกลุ่มที่บวชเป็นสามณรมาด้วยกัน แต่ละรูปมีความมั่นคงในศีล
ไม่เท่ากัน บางรูปมีความมั่นคงในศีลมาก ส่วนบางรูปก็ยังกะพร่องกะแพร่ง
รูปใดที่ศีลกะพร่องกะแพร่ง แสดงว่าผังเดิมข้ามชาติก็ทำมากะพร่อง
กะแพร่ง กระย่องกระแย่ง

กระย่องกระแย่งเป็นอย่างไร ลองนึกถึงอาการของคนที่ไม่ได้ใส่
รองเท้า แล้วเดินข้าไปในดงของต้นไมยราบ เขาจะเดินยีกยัก ๆ ลงน้ำหนัก
เหยียบพื้นไม่เต็มฝาเท้า เพราะกลัวว่า หนามของต้นไมยราบจะต่ำเท้า ที่เดิน
อย่างนั้นแหละเรียกว่า กระย่องกระแย่ง

พวกที่รักษาศีลมากระย่องกระแย่งชาติที่แล้ว พอมาถึงชาตินี้
แม้เขาจะบวชด้ตลอดชีวิต แต่ถ้าไม่ปรับปรุงแก้ไขนิสัยของตัวเอง เขาก็จะยัง
คงมีเชื้อกระย่องกระแย่งติดเป็นนิสัยข้ามชาติต่อไปอีก

หลวงพ่อและพระอาจารย์พอจะช่วยขี้ทางในการสร้างบารมี
ตามรอยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลวงปู่วัดปากน้ำ หลวงพ่อธัมมชโย
และคุณยายอาจารย์ฯ ได้ แต่การที่จะทำให้กลายเป็นนิสัยติดตัวข้ามชาติ
ลูกต้องฝึกเอาเอง เพราะฉะนั้นชาตินี้ขอให้ตั้งใจ อดทนฝึกฝนตนเอง ฝืนใจ
แก้ไขนิสัยไม่ดีให้หมดไป

เมื่อเราตั้งใจแก้ไขนิสัยกันอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันอย่างนี้ บุญบารมี
ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะไปปิดบัญชีวิบากกรรมที่เคยทำผิดพลาดมา เสริมผัง
ที่ดีในอดีต และเป็นการสร้างผังหรือสร้างโปรแกรมในอนาคตชั้นเยี่ยมให้แก่
ตัวเราเอง เทคโนโลยีทงโลกตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ ฉันใด เราก็สามารถ
ตั้งโปรแกรมการสร้างบารมีของเราได้ ฉันนั้น

เมื่อเกิดใหม่ในภพชาติต่อไป ความมั่นงในศีลจะส่งผลให้เกิดมาเป็น
คน ได้รูปร่างลักษณะที่ดีพร้อมความใสและความนิ่งของใจที่สั่งสมมา จะทำ
ให้จิตใจเราผ่องใสจนกระทั่งถึงระดับที่สามารถระลึกชาติได้ ภาพในอดีตชาติ
ที่เราเคยสั่งสมความรู้ใด ๆ มานับภพนับชาติไม่ถ้วน ก็จะย้อนกลับมาให้เห็น
เหมือนกรอภาพวิดีโอ เมื่อเห็นแล้วก็จะเกิดเป็นความรู้ และความรู้ตรงนี้
จะส่งผลให้เราสามารถสร้างบารมีได้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก

หลวงพ่อขออนุโมทนาที่ลูกทุกรูปตั้งใจบวช ตั้งใจรักษาศีลกันมา
อย่างตึ ทั้งศึกษาพระปริยัติ ทั้งนั่งสมาธิ และตั้งใจช่วยหลวงพ่อจัดงาน
ประชุมพระ ประชุมคน เป็นหมื่น เป็นแสน ด้วยอำนาจกุศลผลบุญเหล่านี้
ขอให้ลูกหลวงพ่อทุกรูปบวชเป็นพระภิกษุได้ และรักษาศีลได้มั่นคง
ให้เป็นศีลที่บริสุทธิ์ เป็นศีลที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่าพระอรหันต์
ทั้งหลายสรรเสริญว่าดีแล้ว ยอดเยี่ยมแล้ว ให้ศีลอันบริสุทธิ์นี้กลายเป็น
ศีลบารมี เนกขัมมบารมี ติดตัวข้ามภพข้ามชาติไป และนับจากนี้เป็นต้นไป
ก็ให้มีแต่ความพอใจในการประพฤติพรหมจรรย์ให้ทับทวีหนาแน่นยิ่งขึ้น
และให้สามารถปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ซึ่งจัดเป็นอริยมรรคได้สมบูรณ์
มั่นคงตลอดไป ให้เข้าถึงพระธรรมกายโตยง่ายและแตกฉานวิชชาธรรมกาย
ตามหลวงปู่วัดปากน้ำ หลวงพ่อธัมมชโย และคุณยายอาจารย์ฯ ไปได้
โดยง่ายตลอดไปทุกภพทุกชาติ ตราบวันถึงที่สุดแห่งธรรมเทอญ

จากใจแอดมิน....เมื่อเห็นว่า การบวชมีประโยชน์ทั้งต่อตนเอง และ ผู้อื่น 

ก็ขอเชิญชวนชายแมนๆ มาบวชกันเถอะ สร้างกุศลใหญ่ข้ามชาติให้ตนเอง ชีวิตก็เป็นสุขตลอดเวลา

บวช ทดแทนพระคุณบิดามารดา

สืบทอดอายุพระพุทธศาสนา

เปิดทางสวรรค์และนิพพาน

ให้กับตนและทุกคนในโลก

 


บวชบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ ปี 2565
อบรม 13พ.ย.65 - 7มี.ค.66
พิธีบรรพชา ส.26พ.ย. ณ วัดพระธรรมกาย

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ

 

 

สุขแบบพระ : หัวใจของนักบวช

 

หัวใจของนักบวช คือ การรักษาพระธรรมวินัย

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อทัตตชีโว (ขณะดำรงสมณศักดิ์ พระภาวนาวิริยคุณ)
พวกเราทุกรูปมีโอกาสได้บวชตั้งแต่อายุยังน้อย ได้ เรียนรู้เรื่องบุญ เรื่องบาปตั้งแต่ยังเล็ก ไม่ต้องไปก่อเวรยิง นกตกปลา ไม่ต้องไปเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง ไม่ต้องไปหานรก เข้าตัวแบบชาวโลก ก็ขอให้เราตระหนักถึงความโชคดีของ เราไว้ให้มาก

เมื่อพวกเราทุกรูปมีบุญได้บวชกันตั้งแต่อายุ ๑๒ - ๑๓ ปี จนกระทั่งวันนี้บวชเป็นสามเณรผ่านมา ๙ - ๑๐ ปี แล้ว และกำลังจะได้บวชเป็นพระภิกษุสมความปรารถนา ต้องถือว่าเป็นการบวชที่ประสบการณ์ราบรื่น ได้เรียนเต็ม ที่ ไม่ต้องห่วงเรื่องขบฉัน ไม่ต้องห่วงเรื่องขาดแคลนตำราเรียน มีอาจารย์สอนหนังสือไว้พร้อมทั้งหมด สิ่งแวดล้อม มีความเหมาะสมเหลือเกิน ที่จะสนับสนุนให้เราได้ศึกษา และฝึกฝนทั้งหยาบทั้งละเอียดให้บริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งๆ ขึ้นไป

การฝึกหยาบ คือ การเรียนด้านศาสตร์ที่เป็นความ รู้ปริยัติ เช่น ภาษาบาลี เป็นต้น การฝึกละเอียด คือ การปฏิบัติเพื่อแก้ไขปรับปรุง นิสัยตนเองให้บริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งๆ ขึ้นไป

บางคนในโลกนี้ ร่ำเรียนกันมาจนพูดได้หลายสิบ ภาษา แต่ว่าขาดไปภาษาหนึ่ง นั่นคือ ภาษาคน เพราะมุ่ง เอาแต่การเรียนวิชาการ แต่ยังไม่ได้แก้ไขปรับปรุงนิสัยของ ตน การฝึกตนจึงต้องฝึกหยาบคู่ไปกับการฝึกละเอียด มิ ฉะนั้น จะมีแต่ความรู้ แต่นิสัยจะยังไม่ดี

ในการเรียนของการคณะสงฆ์เรา แบ่งเป็นสายบาลี กับสายนักธรรม สาเหตุที่แบ่งเป็นสองสายแบบนี้ ก็เพราะ ต้องการให้พวกเรารู้ว่า เมื่อเรียนภาษาบาลีแล้ว งานที่ต้องทำไม่ใช่แค่การรู้ภาษาบาลี แต่ยังมีงานแก้ไขปรับปรุงตัวเองด้วย ซึ่งการแก้ไขปรับปรุงตนเองนั้น จะมีสอนอยู่ในสายนักธรรม

ดังนั้น เป้าหมายของสองสายนี้จึงต้องไปร่วมกัน การเรียนบาลีทำให้ได้รู้จักการแปลภาษาบาลีคล่อง เพราะพุทธ วจนะในการฝึกตนเก็บอยู่ในภาษาบาลี การเรียนนักธรรม เพื่อให้ได้รู้จักการแก้ไขปรับปรุงนิสัยตัวเอง เพราะการปิด นรก เปิดสวรรค์ ไปนิพพานอยู่ที่การฝึกตน

พวกเราโชคดีที่บวชตั้งแต่ยังเล็ก จนกระทั่งเติบโตได้ บวชเป็นพระภิกษุ จึงต้องรู้หลักการรักษาความเป็นสมณะ ของตนเองให้ดีว่า บาลีมีไว้ไขภาษา นักธรรมมีไว้แก้ไข ปรับปรุงตนเอง สองอย่างนี้พรากจากกันไม่ได้

ข้อได้เปรียบของการบวชตั้งแต่เล็ก คือพวกท่านจะ ไม่มีขยะในใจ ไม่ต้องไปก่อเวรก่อบาป ไม่ต้องไปเฉียดคุก จดหมายจากพระลูกชาย  เฉียดตะรางเหมือนเด็กชาวโลกบางคน คนที่มาบวชตอน เป็นผู้ใหญ่ กว่าจะเอาขยะในใจที่ติดมาออกไปได้ ต้องใช้ คำว่าแทบลากเลือด

สมัยหลวงพ่อเข้าวัดใหม่ๆ ยังไม่ได้บวช พอหลับตา ทำสมาธิ ควายที่เคยฆ่าตอนเรียนสัตวบาล มันมาดิ้นบนตักให้เห็นเลย กว่าจะล้างขยะออกจากใจได้ ฝึกสมาธิ ผ่านไปเป็นสิบปี พวกท่านไม่ต้องมาผ่านเส้นทางนี้ นี่คือความมีโชคของทุกคน ที่ได้เติบโตอยู่ในเส้นทางที่บริสุทธิ์ ผุดผ่องดีงาม

โบราณบอกว่า ใจบริสุทธิ์เหมือนผ้าขาวนั้นเป็นความจริง หลวงพ่อต้องมาอาศัยคุณยายอาจารย์และหลวงพ่อครูไม่ใหญ่ช่วยโกยขยะออกจากใจอยู่หลายสิบปี จึงรอดมานั่งอยู่ได้ตรงนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อหลวงพ่อบวชแล้ว จึงปิดนรกหนทางนรกให้ตนเองได้ พวกเราเมื่อบวชเป็นพระใหม่ ก็ขอให้ฝึกตนตามหลักสูตรไป รักษาความโชคดีของ เราไว้ให้ได้ อย่าไปเพิ่มขยะให้ใจตนเอง

ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม คนที่ไม่ได้ฝึกทั้งหยาบและ ละเอียดควบคู่กันมานั้น ชะตาชีวิตจะหนีไม่พ้นต้องเป็นคนขยะ เมื่อพวกเราบวชแล้ว ขอให้รักษาธรรมวินัยให้ดี อะไรที่ผิดธรรมวินัยแม้เพียงนิดเดียว อย่าได้ไปลองทำเด็ดขาด ต้องรู้จักรักษาความเป็นสมณะของเราให้ดี เผลอไปลองเข้าไม่รักษาธรรมวินัยให้ดี เราจะกลายเป็นคนขยะทันที

เพื่อนที่เข้ามาบวชรุ่นเดียวกับเรา นั่งเรียนเก้าอี้ติดกันกับเรา ใช้โต๊ะตัวเดียวกัน ห้องเรียนเดียวกัน ใช้กุฏินอนหลังเดียวกัน แต่หลุดออกไปก่อนก็มี เพราะเขาไม่ ได้ระวังสิ่งเหล่านี้ ซึ่งคือชีวิตของนักบวช เราต้องยืนอยู่ บนเส้นทางของธรรมวินัยให้เคร่งครัด เพราะว่าการรักษา ธรรมวินัย คือการรักษาชีวิตพระของเรา คือการรักษาชีวิต ของพระพุทธศาสนาเรา

เมื่อวันที่หลวงพ่อบวชเพิ่งบวชได้ ๗ วัน คุณยาย อาจารย์เคยเตือนหลวงพ่อว่า “ท่านทัตตะ ท่านต้องช่วยยาย เทศน์อบรมคนนะ เพราะยายแก่แล้ว แล้วก็สอนวิธีเทศน์ ให้หลวงพ่อ” จากนั้นอีกไม่กี่วัน คุณยายก็บอกกับหลวง พ่ออีกว่า “ท่านทัตตะ ยายขอนะ ถ้าไม่ครบ ๑๐ พรรษา ห้ามออกไปเทศน์นอกวัด” ก่อนบวชนั้นหลวงพ่อเคยย่ำข้ามทวีปมาแล้ว แต่พอบวชแล้ว คุณยายก็ยังขอให้บวช ครบ ๑๐ พรรษาก่อน จึงไปเทศน์นอกวัด

หลวงพ่อก็ตอบคุณยายชัดว่า “พระไม่ได้คิดอยาก เทศน์อะไรเลย แต่คุณยายให้เทศน์ก็เทศน์” แต่เพราะ หลวงพ่อเองทั้งถูกคุณยายขอร้องให้ช่วยเทศน์และขอร้องไม่ให้ไปเทศน์นอกวัด หากไม่ครบ ๑๐ พรรษา จึงอยากทราบเหตุผล

คุณยายท่านตอบชัดเจน “ท่านต้องรู้นะ ผู้ที่ไม่ ปรารถนาดีต่อพระบ้าง ต่อพระพุทธศาสนาบ้าง มันมีอยู่ ท่าน บวชพรรษาแรกๆ รู้ไม่ทันเขาหรอก แล้วเราเองไม่ระมัดระวังตัว ไม่รู้ว่าควรทำไม่ควรทำ พอเกิดเป็นตำหนิขึ้นมา ชาตินี้ ทั้งชาติท่านจะแก้ไขยาก เขาสึกกันไปเยอะแล้ว” นี่คือสิ่งที่ คุณยายท่านเตือนหลวงพ่อเมื่อบวชได้ไม่กี่วัน

ส่วนหลวงพ่อครูไม่ใหญ่ คุณยายท่านขอว่า “ชาตินี้ทั้ง ชาติ อย่าไปเทศน์นอกวัด” หลวงพ่อก็เลยถามเหตุผลจาก คุณยายว่าทำไม คุณยายตอบชัดเจนดีเหลือเกินว่า “อันตราย เพราะหลวงพ่อท่านหุ่นดีเหลือเกิน พูดเพราะเหลือเกิน ฉลาดเหลือเกิน คนที่ไม่หวังดีต่อพระพุทธศาสนามีอยู่มาก ท่านจึงตกเป็นเป้าให้โจมตีได้ง่าย” เพราะว่าหลวงพ่อท่าน ฉลาดเหลือเกินนี่เอง จึงทำงานใหญ่ได้ขนาดนี้ คุณยายจึง ต้องป้องกันไว้ตั้งแต่ต้น ทั้งๆ ที่ท่านไม่ได้ไปทำผิดอะไร แต่ก็มีคนเอาขี้ป้ายจนลากขึ้นศาล เพราะเขาเห็นว่า ท่าน คือกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนา เขาจึงจะเอาให้ตาย ให้ได้ นี่คือสิ่งที่คุณยายท่านมองเห็นการณ์ไกล จึงป้องกัน หลวงพ่อท่านไว้ตั้งแต่ต้น

คุณยายท่านป้องกันหลวงพ่อครูไม่ใหญ่และหลวง พ่อไว้ตั้งแต่พรรษาแรกๆ แบบนี้ จึงได้มาเป็นหลวงพ่อของ พวกเรา

ดังนั้น เมื่อพวกท่านบวชแล้ว ก็ขอให้รักษาพระธรรม วินัยให้ดี เพราะการรักษาพระธรรมวินัย คือ การรักษา ชีวิตพระของพวกท่านเอง ก่อนจะไปทำหน้าที่เป็นครูสอน ศีลธรรมผู้อื่น ต้องรู้จักสอนตัวเองให้อยู่ในพระธรรมวินัย ให้เป็นก่อน ถ้ายังรักษาตนเองให้พ้นจากอันตรายไม่เป็นการจะไปรักษาพระพุทธศาสนา การจะไปตอบแทนคุณ ญาติโยมไม่มีทางทำได้ดี ต้องรู้จักวิธีที่จะรักษาความเป็น เพชรของเราไว้ ไม่ให้กลายเป็นขยะก่อน จึงจะไปทำหน้าที่ ครูสอนศีลธรรมได้

เมื่อเราฝึกทั้งหยาบและละเอียด คือ มีทั้งความรู้ และปรับปรุงแก้ไขนิสัยตนเองได้ดีแล้ว การจะก้าวเข้าไป เป็นครูสอนศีลธรรม อย่าเพิ่งไปมองอะไรไกลเกินตัว การ ทำหน้าที่ของครูสอนศีลธรรมอย่างแท้จริงนั้น คือ การฝึก อบรมคนในทิศ ๖ ให้เป็นคนดี

เราเรียนนักธรรมมาแล้วว่า หน้าที่พระภิกษุโดย เบื้องต้นมี ๒ ประการ
หน้าที่ข้อแรก คือ ฝึกฝนอบรมตนตามพระธรรม วินัยอย่างเคร่งครัด
หน้าที่ข้อที่สอง คือ สั่งสอนอบรมประชาชนในสังคม ให้มีศีลธรรม
พิธีมุทิตาสักการะ พระภิกษุ-สามเณรผู้สอบผ่านเปรียญธรรม 9,6,3 ประโยค สาธุชนผู้สอบผ่านบาลีศึกษา 9,6,3 ประโยค ปีพุทธศักราช 2563-2565 ในวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2565 ณ วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี


พระพุทธองค์ทรงให้หลักสำคัญไว้แล้วว่า การเผยแผ่ พระพุทธศาสนา คือ การเผยแผ่ผ่านทิศ ๖ พระภิกษุเรามี หน้าที่เป็นกัลยาณมิตรต่อชาวโลก การที่โลกจะสงบสุข ได้ พระเราต้องสอนให้แต่ละคนปฏิบัติหน้าที่ในทิศ ๖ ให้ สมบูรณ์ โดยมีพระเราเป็นต้นแบบศีลธรรม

การที่พระพุทธศาสนาจะยืนหยัดอยู่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับ ว่า ทิศ ๖ ของชาวพุทธแต่ละคนมีความเข้มแข็งขนาดไหน

คนที่จะต้องไปทำให้ทิศ ๖ ของชาวพุทธเข้มแข็ง ก็คือ คน ที่อยู่ทิศเบื้องบน ซึ่งชาวโลกยกย่องไว้ในฐานะเป็นครูสอน ศีลธรรม

การเรียนในห้องเรียน วัดความรู้โดยผ่านผลการสอบ แต่การทำงานในฐานะครูสอนศีลธรรม วัดความสำเร็จโดย ผ่านการสร้างเครือข่ายคนดี ในฐานะของครูสอนศีลธรรม เราจึงมองข้ามความสำคัญของใครไม่ได้เลย แม้แต่คน งานในวัด เจ้าหน้าที่ในวัด ก็มองข้ามไม่ได้ เพราะแต่ละ คน คือทิศ ๖ ที่อยู่รอบตัวเรา

คนที่มองข้ามคนอื่น ไม่เรียนรู้การทำหน้าที่ครูสอน ศีลธรรมให้ครบทั้ง ๖ ทิศ ก็ยากจะรักษาตัวเองไว้ได้ ยาก จะทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ เพราะคนที่ จะมาช่วยกันรักษาพระพุทธศาสนา ค้ำจุนพระพุทธศาสนา ปกป้องพระพุทธศาสนาไม่ได้ตกลงมาจากท้องฟ้า แต่ว่า มาจากทิศ ๖ รอบตัวเรา

ถ้าเราปล่อยให้คนในทิศ ๖ รอบตัวเรา ไม่ต้องมาก แค่คนใดคนหนึ่ง ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระพุทธศาสนา เราก็ ตกอยู่ในอันตรายแล้ว การบวชของเราไม่ราบรื่นแล้ว เรา อาจจะร่ำเรียนเขียนอ่านมามาก จบการศึกษามาดี แต่ถ้า ทิ้งเรื่องการทำหน้าที่ครูสอนศีลธรรมประจำทิศ ๖ เท่ากับ สอบตกโดยไม่รู้ตัว ถือว่าทำหน้าที่เบื้องต้นของพระภิกษุ ไม่สมบูรณ์

ดังนั้น เมื่อเรามีโอกาสได้บวชสามเณรมาตั้งแต่ อายุยังน้อย และได้บวชพระตั้งแต่อายุยังไม่มาก ก็ขอให้รู้ไว้ว่าเราโชคดีที่ไม่ต้องไปก่อบาปก่อเวรเหมือนกับชาวโลก ไม่ต้องไปหานรกใส่ตัว ไม่ต้องหาขยะมาเก็บไว้ในใจ เราก็ต้องรักษาความโชคดีของเรานี้ไว้ให้มั่นคง รักษา ตัวเองให้อยู่ในพระธรรมวินัยซึ่งเป็นชีวิตพระของเรา และทุ่มเทฝึกฝนตนเองไปทั้งหยาบและละเอียด คือเป็นผู้มี ทั้งความรู้และมีศีลธรรมบริสุทธิ์อยู่ในตัว เมื่อถึงคราวจะ ต้องทำหน้าที่ครูสอนศีลธรรม เพื่อตอบแทนคุณข้าวปลา อาหารของญาติโยม เราก็จะรักษาความเป็นพระของเราเป็น และทำหน้าที่ครูสอนศีลธรรมให้แก่ชาวโลก ด้วยการ เป็นกัลยาณมิตรแนะนำการทำหน้าที่ในทิศ ๖ ให้ชาวโลก ได้สมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาก็จะเริ่ม แผ่ขยายออกจากตัวเราเป็นศูนย์กลางนั่นเอง

ด้วยอำนาจบุญบารมีรัศมีกำลังฤทธิ์ของพระสัมมา สัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ หลวงพ่อขออวยพรให้การบวช ครั้งนี้ของลูกทุกรูป จงมีแต่ความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ อยู่บนเส้นทางพระธรรมวินัยยิ่งๆ ขึ้นไป ให้เป็นขุนพล กล้าของกองทัพธรรม แตกฉานในวิชชาธรรมกาย เป็น ผู้นำพระพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกายแผ่ขยายไปทั่วโลก ฝึกฝนตนเองสร้างบารมีไปกับหลวงพ่อและหมู่คณะ ได้ตลอดรอดฝั่ง ตราบกระทั่งวันถึงที่สุดแห่งธรรม เทอญ 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ